วันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2555

วิธีระบบกับเทคโนโลยีการศึกษา

สัปดาห์ที่ 3 เรื่องวิธีระบบกับเทคโนโลยีการศึกษา

หลักและแนวคิดวิธีระบบ

ระบบ คืออะไร
            ภาพรวมของหน่วยสมบูรณ์ที่ประกอบด้วยหน่วยย่อยที่เป็นอิสระแต่มี ความสัมพันธ์ และมี ปฏิสัมพันธ์ ซึ่งกันและกันโดยมี จุดมุ่งหมายที่ชัดเจน
จากความหมายข้างต้น สรุปได้ว่า ระบบจะต้องมี
1.องค์ประกอบย่อย
2.องค์ประกอบย่อยนั้นต้องมีความสัมพันธ์กัน     มีการโต้ตอบ มีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน
3.ระบบต้องมีเป้าหมายในการดำเนินกิจกรรมนั้น ๆ
4.กลไกการควบคุมเพื่อให้ทำงานตามจุดมุ่งหมาย
การทำงานของระบบ

Input : ปัจจัยนำเข้า   เป็นการป้อนวัตถุดิบหรือข้อมูลต่างๆ การตั้งปัญหา การตั้งวัตถุประสงค์ เพื่อดำเนินงานในระบบนั้น 
Process : กระบวนการ  เป็นการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่ป้อนเข้ามา เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ (เป็นขั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง)
Control  : ควบคุม เป็นการควบคุมและตรวจสอบเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลลัพธ์อย่างมีคุณภาพ 
Output : ผลลัพธ์  เป็นผลผลิตที่ได้ออกมาภายหลังจากการดำเนินงานใจขั้นของกระบวนการสิ้นสุดลง รวมถึงการประเมินด้วย 
Feedback : ข้อมูลป้อนกลับ เป็นการนำเอาผลลัพธ์ที่ประเมินนั้นมาพิจารณา ว่ามีข้อบกพร่องอะไรบ้าง เพื่อจะได้ทำการปรับปรุงแก้ไขให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวอย่าง    ระบบหายใจ ประกอบด้วย จมูก หลอดลม ปอด กระบังลม                                                          ระบบหม้อหุงข้าว ประกอบด้วย สายไฟ ปลั๊ก เซนเซอร์ (เทอร์โมสแตก)แผ่นความร้อน สวิทซ์ ฝาหม้อโครง ฐาน  
ลักษณะของระบบที่ดี                                                                                                                                                                     1.มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม (Interact with environment)
2.มีจุดมุ่งหมายหรือเป้าหมาย (Purpose)
3.มีการรักษาสภาพตนเอง (Self-regulation)
4.มีการแก้ไขตนเอง (Self-correction)

ระบบเปิดและระบบปิด     
 ระบบเปิด คือ ระบบที่รับปัจจัยนำเข้า (Input)       จากสิ่งแวดล้อมและขณะเดียวกันก็ส่งผลผลิต (Output) กลับไปให้สิ่งแวดล้อมอีกครั้งหนึ่ง เช่น ระบบสังคม ระบบการศึกษา ระบบหายใจ ฯลฯ                                                 
 ระบบปิด คือ ระบบที่มิได้รับปัจจัยนำเข้าจากสิ่งแวดล้อม หรือรับปัจจัยนำเข้าจากสิ่งแวดล้อมน้อยมาก แต่ขณะเดียวกันก็ส่งผลผลิต (Output) ให้กับสิ่งแวดล้อมได้ด้วย เช่น ระบบไฟฉาย ระบบแบตเตอร์รี่ ฯลฯ 
การคิดอย่างมีระบบ คือ การพิจารณาปฏิสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องระหว่าง    การดำเนินงานและองค์ประกอบทั้งหลายในระบบมิใช่มองเพียงจุดใดจุดหนึ่งเท่านั้น
วิธีระบบ (Systems approach)  เป็นการวางแผนระบบใหม่หรือพัฒนาระบบให้ดีขึ้นหลังการวิเคราะห์ระบบแล้วโดยกำหนดขั้นตอนที่เหมาะสม จัดวางปรัชญา ปณิธาน จุดมุ่งหมาย องค์ประกอบ ภารกิจ ปฏิสัมพันธ์ ปัจจัยเกื้อหนุน และการประเมินเพื่อประสิทธิภาพของงาน
ตัวอย่างวิธีระบบ                                                                                                                                                               
1. วิเคราะห์
2. สังเคราะห์
3. สร้างแบบจำลอง 
4. ทดลองใช้และประเมินผลเพื่อปรับปรุงแก้ไข   

กระบวนการแก้ปัญหาด้วยวิธีระบบ
1. กำหนดปัญหา
2. กำหนดขอบข่ายของปัญหา
3. วิเคราะห์ปัญหา
  4. กำหนดแนวทางแก้ปัญหา    
  5. การเลือกแนวทางแก้ปัญหา 
  6. วางแผนเตรียมการแก้ปัญหา 
  7. นำไปทดลองกับกลุ่มย่อย 
  8. ควบคุมตรวจสอบเพื่อปรับปรุงแก้ไข

การพัฒนาระบบ
1. กำหนดภาพรวม สร้างภาพขึ้นในสมอง
2. รวบรวมข้อมูลเพื่อกำหนดจุดมุ่งหมาย
3. กำหนดคุณลักษณะ ความสามารถของระบบ (อยากให้ระบบทำอะไรได้บ้าง) 
4. ศึกษา กำหนดองค์ประกอบต่างๆ
5. กำหนดหน้าที่ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่างๆ
6. กำหนดกลไกการทำงาน กลไกการควบคุมเพื่อให้ได้ตามจุดมุ่งหมาย  
7. ศึกษาสภาพแวดล้อมเพื่อการใช้ระบบ

ตัวอย่างรูปแบบการออกแบบและการพัฒนาการสอน
  •                     The Kemp Model
  •                      Dick and Carey
  •                      IDI
  •                      IPISD












ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น